ลูกที่อยู่ในมือตอนนั้นสุกแค่ไหน คำถามนี้มาก่อนคำถามอื่นทั้งหมดในตำรา เพราะความสุกคือสิ่งเดียวที่บอกว่าเรื่องหนึ่งเดินมาถึงตรงไหนของเส้นเวลาแล้ว
ตลาดนัดตอนเย็นที่วางผลไม้กองพะเนิน ต้นหลังบ้านที่ออกลูกพร้อมกันทั้งต้น หรือจานผลไม้ที่ใครบางคนยกมาวางตรงหน้า ภาพเหล่านี้เข้ามาในฝันพร้อมฉากรอบตัวเสมอ และฉากนั้นก็ถูกอ่านไปด้วย ธรรมเนียมการทำนายฝันโยงผลไม้เข้ากับผลลัพธ์ คือจุดที่ความพยายามกลายเป็นของที่เก็บได้จริง ผลไม้จึงแทบไม่เคยลอยมาเดี่ยว ๆ ในความฝัน
คนอ่านฝันมักถามถึงสภาพของลูกนั้นก่อนถามอย่างอื่นเลย เพราะสุก ดิบ งอมเกิน และเน่า ถือเป็นสี่ภาพคนละภาพกัน
ผลไม้แต่ละชนิดแบกเรื่องเล่าของถิ่นตัวเองมาด้วย ทับทิม มะเดื่อ อินทผลัม ส้ม หรือแอปเปิ้ล ต่างนั่งอยู่ในนิทานคนละชุดเมื่อข้ามพรมแดน คำอ่านที่สร้างขึ้นรอบผลไม้ชนิดหนึ่งจึงย้ายมาทั้งก้อนไม่ได้ ในบ้านไทยหลายหลัง มะม่วงหน้าร้อนหรือทุเรียนที่รอกันทั้งปีมีน้ำหนักที่ตำราต่างประเทศไม่รู้จักเลย
ถ้าลูกที่โผล่มาเป็นชนิดที่อยู่ในปฏิทินของบ้านคุณเอง ต้นในสวนของปู่ย่า หรือของหวานที่ผูกกับเทศกาลใดเทศกาลหนึ่ง ให้เริ่มจากความผูกพันชุดนั้นก่อนคำอธิบายในตำราเสมอ เพราะตำราต่างถิ่นไม่มีทางรู้ว่าฤดูไหนที่บ้านคุณเฝ้ารอผลไม้ชนิดนั้นอยู่
สิ่งที่คุณทำกับลูกนั้นขยับคำอ่านต่อไปอีกชั้น การเก็บจากต้นโยงกับการได้มาด้วยมือตัวเอง การซื้อโยงกับการได้มาด้วยวิธีอื่น ส่วนการรับจากมือใครสักคนโยงกับสิ่งที่มาจากคนอื่น ตำราหลายเล่มยกการแบ่งผลไม้ให้คนรอบตัวเป็นความเอื้อเฟื้อที่วนกลับมา แต่นั่นเป็นคำสอนเก่า ไม่ใช่คำสัญญา และบางครั้งภาพนี้ก็โผล่มาด้วยเหตุผลที่แบนที่สุด คือเพิ่งกินไปหรือกำลังอยากกิน ตำราบอกได้แค่ว่าเรื่องหนึ่งอยู่ตรงไหนของเส้นเวลา ไม่ได้บอกว่ามันจะจบลงอย่างไร


