ในภาพฝันเรื่องพายุ ตำแหน่งที่คนฝันยืนอยู่มีน้ำหนักกว่าตัวพายุ จะดูอยู่หลังกระจก ติดอยู่กลางที่โล่ง หรือฝ่าออกไปทั้งอย่างนั้น ตำราให้คำอ่านคนละชุด
พายุเป็นภาพที่คนฝันมักจำได้ทั้งฉาก ไม่ใช่จำแค่รายละเอียดเดียว ทั้งลมที่ดันบานหน้าต่าง น้ำที่สาดลงมาพร้อมกันทั้งแผง และความรู้สึกว่าไม่มีอะไรในภาพนั้นอยู่ในมือคุณเลย คนโบราณเก็บภาพนี้ไว้สองคำอ่านที่สวนทางกัน ทางหนึ่งคือแรงกดดันที่สะสมจนเก็บไว้เงียบ ๆ ต่อไปไม่ไหว อีกทางหนึ่งกลับมองว่าพายุคือสิ่งที่พัดของเก่าออกไปจนหมด แล้วเปิดที่ว่างทิ้งไว้ให้ สองคำอ่านนี้อยู่ในตำราชุดเดียวกันมานาน และไม่มีทางไหนถือเป็นคำตอบเดียว
ความฝันที่เล่าต่อไปอีกหลังพายุสงบมักให้อะไรมากกว่าตัวพายุเอง ภาพพื้นที่เปียกทั้งบริเวณ กิ่งไม้ที่หักคาถนน ความเงียบที่ผิดปกติ และแสงที่ค่อย ๆ กลับมา เป็นฉากที่คนอ่านฝันให้น้ำหนักเป็นพิเศษ เพราะมันบอกว่าคุณคาดไว้ว่าจะเหลืออะไรติดมือ บางคนตื่นตรงช่วงนี้พอดี แล้วเล่าว่าความเงียบหลังพายุติดใจกว่าเสียงตอนที่มันกำลังมา
สิ่งที่คนฝันกำลังทำอยู่ในพายุมีน้ำหนักกว่าความแรงของพายุ การมองออกไปจากในบ้านถือกันว่าเป็นเรื่องยากที่เห็นอยู่แต่ยังไม่ถึงตัว และนับเป็นแบบที่ใจเย็นที่สุดในกลุ่ม การติดอยู่กลางที่โล่งโดยไม่มีอะไรกำบังจัดเข้าชุดกับภาพที่ว่าด้วยการไม่มีใครหนุนหลัง ส่วนการฝ่าออกไปทั้งอย่างนั้น จะขับรถหรือเดินทวนลมก็ตาม ตำราเก่าชอบแบบหลังนี้มาก เพราะมันคืนอำนาจตัดสินใจให้คนฝัน
อีกเรื่องที่ควรแยกให้ชัดคือระดับความแรง ลมที่พัดเย็น ๆ กับฟ้าร้องที่ดังอยู่ไกล ๆ ตีความคนละทางกับพายุเต็มรูป เพราะพายุรวมทั้งลม ทั้งน้ำ และเสียงไว้ในภาพเดียวกันหมด ความหมายที่ตำราให้ไว้จึงหนักกว่า และกินที่ในชีวิตคุณมากกว่า
เรื่องที่ควรตัดออกก่อนเสมอคืออากาศจริง เสียงเข้าถึงคนหลับได้ง่ายกว่าอย่างอื่น ฝนที่ตีกระจก ลมที่งัดหลังคา หรือฝนตกหนักตอนบ่ายที่ยังค้างอยู่ในหัว ล้วนถูกเขียนใหม่เป็นสภาพอากาศในฝันได้ทั้งนั้น พายุยังเป็นสิ่งแรก ๆ ที่เด็กถูกสอนให้กลัว และความกลัวชุดนั้นอยู่กับคนเราต่อไปได้อีกหลายสิบปี ถ้าบ้านคุณเคยเสียหายเพราะพายุจริง ภาพนี้คือความทรงจำก่อนจะเป็นสัญลักษณ์ การรีบอ่านเป็นสัญลักษณ์คือเรียงลำดับผิด สิ่งที่ภาพนี้ชวนให้ถามมีเพียงว่าอะไรกำลังก่อตัวอยู่ และก่อตัวมานานแค่ไหนแล้ว


