ความแรงของลมคือสิ่งที่คำอ่านชุดเก่าให้น้ำหนักมากที่สุด ลมอ่อน ๆ กับลมที่แรงจนคนฝันยืนไม่อยู่ ไม่ได้อยู่ในคำอ่านชุดเดียวกัน และทิศที่ลมพัดมาก็เปลี่ยนความหมายอีกชั้น
ลมเป็นภาพฝันที่ไม่มีอะไรให้มองเลยสักอย่าง คนฝันเล่าถึงเสียง ความเย็น ผมที่ปลิวไปข้างหน้า ประตูที่กระแทกปิดเอง เสื้อคลุมที่ถูกดึงไปด้านข้าง แต่ไม่มีใครเล่าถึงตัวลมเอง คนอ่านฝันเก็บความไม่มีตัวตนตรงนี้ไว้ใช้เต็มที่ แล้วอ่านว่าเป็นแรงอย่างหนึ่งที่คุณรู้สึกได้ชัดมาก แต่ชี้ไม่ได้ว่ามันอยู่ตรงไหน ซึ่งบังเอิญตรงกับสถานการณ์จำนวนมากในชีวิตตอนตื่น คำอ่านหลักที่สืบมาจึงเป็นความเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะแบบที่มาจากข้างนอก ไม่ใช่แบบที่ใครเลือกเอง
คนโบราณให้น้ำหนักกับความแรงของลมมาก ลมอ่อน ๆ ถือเป็นข่าว หรือการปรับแผนเล็ก ๆ น้อย ๆ ลมสม่ำเสมอที่พัดมาจากด้านหลังตีความว่าเป็นสถานการณ์ที่ยื่นมือมาช่วย ลมที่ปะทะหน้าคือแรงต้าน ส่วนลมที่แรงจนคนฝันยืนไม่อยู่คือแบบที่คนจำได้ไปอีกหลายปี มักตีความกันว่าเป็นการถูกผลักไปมาโดยอะไรบางอย่างที่ไม่สนใจแผนของคุณเลยแม้แต่น้อย ตรงนี้ยังไม่ใช่พายุ เพราะพายุรวมน้ำและเสียงเข้ามาด้วย ส่วนลมมีแค่แรงกับทิศทาง
ความฝันเรื่องลมจำนวนไม่น้อยมีต้นเหตุนอนอยู่ในห้องนอนนั่นเอง หน้าต่างที่เปิดค้าง พัดลมที่หมุนทั้งคืน ห้องแอร์ที่เย็นเกินไป หรือลมจริงที่งัดกระเบื้องหลังคาอยู่ข้างบนขณะที่คุณหลับไปแล้ว ตัดกลุ่มนี้ออกก่อนได้เลย เพราะมันอธิบายตัวเองอยู่แล้ว และไม่ต้องพึ่งความหมายชั้นไหนทั้งสิ้น การย้อนนึกว่าคืนนั้นเปิดอะไรทิ้งไว้บ้างจึงเป็นก้าวแรกที่คุ้มค่าเสมอ
ลมไม่ได้เป็นกลางสำหรับทุกคน โตมาในที่ที่ลมหอนทั้งฤดู มันก็เข้าไปในความฝันในฐานะสภาพอากาศเฉย ๆ ไม่มีอะไรมากกว่านั้น โตมาในที่ที่ลมแรงหมายถึงหลังคาหรือผลผลิตทั้งแปลงกำลังเสี่ยง คืนเดียวกันนั้นก็พาความหวาดหวั่นมาด้วย ความต่างของสองพื้นเพนี้ตัดสินโทนของภาพไปแล้วตั้งแต่ก่อนตื่น และไม่มีตำราเล่มไหนแก้ทางมันได้
ลองแยกก่อนว่าตัวเองอยู่ในกลุ่มไหน แล้วค่อยไปหยิบความหมายกลาง ๆ มาใช้ เพราะไม่มีแบบไหนของความฝันนี้ที่บอกเรื่องอากาศหรือเรื่องอื่นใดล่วงหน้าได้ สิ่งที่ภาพลมทำได้จริงคือชี้ว่ามีบางอย่างเคลื่อนอยู่รอบตัว และคุณรู้สึกถึงมันมาสักพักแล้ว


