แผลที่มือ แผลที่หน้า และแผลที่เท้า ถูกอ่านคนละทางกันมานาน ส่วนคนที่มีประวัติบาดเจ็บของตัวเองย่อมอ่านภาพเดียวกันนี้ด้วยน้ำหนักที่คุณอาจนึกไม่ถึง
ในสารบัญนี้ บาดแผล แยกจาก แผลเป็น ตรงที่อย่างหนึ่งยังเปิดอยู่ ส่วนอีกอย่างปิดสนิทไปนานแล้ว และเส้นแบ่งนั้นพาการอ่านไปคนละทางกันเลย คนไทยพูดถึงแผลใจ พูดถึงการสะกิดแผลเก่า พูดถึงคำที่บาดกันจนถึงกระดูก คำพูดพวกนี้ไปถึงภาพในฝันก่อนตำราเล่มไหนเสียอีก และการตีความบาดแผลก็เดินอยู่บนเส้นเดียวกันพอดี คือความเจ็บที่ยังไม่หายสนิทและคนฝันยังแบกอยู่ ไม่ใช่ข้อมูลเกี่ยวกับร่างกายของใคร
ตำแหน่งเปลี่ยนความรู้สึกของภาพสำหรับคนฝันส่วนใหญ่ แผลที่มือมักผูกกับเรื่องงานและความสามารถที่จะลงมือทำอะไรได้ แผลที่หน้าผูกกับความรู้สึกว่าคนอื่นมองเราอย่างไร แผลที่เท้าผูกกับการยืนด้วยขาตัวเอง และคนที่เคยบาดเจ็บหนักจริง ๆ จะพาความทรงจำนั้นเข้ามาในห้องด้วยเสมอ สำหรับคนกลุ่มนี้ ฝันอาจไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่าความทรงจำที่ทำงานตามปกติของมันตอนกลางคืน และไม่ควรมีการอ่านเชิงสัญลักษณ์ไหนไปพูดทับ
อายุของแผลคือสิ่งที่การอ่านแบบนี้สนใจที่สุด ความเจ็บที่เป็นปัจจุบันและยังรู้สึกอยู่ทุกวัน คือคำอ่านของแผลสดที่ยังมีเลือด แผลเก่าที่ปริออกอีกครั้งอ่านว่าเป็นเรื่องที่คนฝันคิดว่าจบไปแล้ว แต่ถูกสถานการณ์ที่คล้องจองกับของเดิมพากลับมา ส่วนแผลที่กำลังปิด หรือแผลที่มีใครสักคนพันผ้าให้ มักอ่านว่าเป็นการยอมรับการดูแลจากคนอื่น ซึ่งคนฝันจำนวนไม่น้อยบอกว่าเป็นครึ่งที่ยากกว่าของภาพนี้
ข้อนี้ต้องพูดตรง ๆ ความฝันไม่ใช่เครื่องมือตรวจโรค การฝันเห็นบาดแผลไม่ได้แปลว่ามีอะไรผิดปกติกับคุณหรือกับคนที่คุณรัก และไม่ควรมีใครใช้ฝันเป็นเหตุให้กังวลเรื่องสุขภาพ หรือใช้เป็นเหตุให้เลื่อนการไปถามคนที่ตรวจได้จริงเมื่อมีอาการจริง ทางเดินของเรื่องนี้มีทางเดียว คือความเจ็บหรือความไม่สบายตัวตอนกลางคืนมักโผล่ขึ้นมาเป็นภาพ จึงไม่แปลกที่คนกำลังพักฟื้นจะฝันเห็นแผลบ่อย
ให้เริ่มจากแผลที่คุณจำได้ ไม่ใช่จากรายการความหมาย คนที่เคยเจ็บหนักกับคนที่ไม่เคยเจ็บเลยย่อมไม่ได้อ่านภาพเดียวกันนี้ด้วยน้ำหนักเดียวกัน


