ตำราไม่ได้อ่านคนข้างบ้านเป็นตัวบุคคล แต่อ่านเป็นระยะห่างชนิดหนึ่ง คือใกล้พอจะได้ยินกันทุกคืนแต่ไม่เคยรู้จักกันจริง รั้ว ผนัง และประตูในฝันจึงมีน้ำหนักมากกว่าใบหน้า
ผนังห้องเช่าที่บางจนได้ยินเสียงทีวีของอีกห้องทุกคืน หรือรถที่จอดเบียดกันหน้าบ้านจนต้องเดินไปเคาะประตูขอให้ขยับ ความใกล้แบบนี้ไม่มีใครเลือกเอง และฝันก็หยิบไปใช้บ่อย ธรรมเนียมการอ่านฝันวางเพื่อนบ้านไว้ตรงกลางระหว่างคนรู้จักกับคนแปลกหน้า แล้วอ่านจากตำแหน่งนั้นมากกว่าจะอ่านจากตัวคน ถ้าหน้าในฝันชัดจนบอกได้ว่าเป็นใคร คนตีความจะยิ่งระวัง แต่ถ้านึกไม่ออกเลยว่าเป็นใคร ตำรามักถือว่าภาพนั้นคือความใกล้ล้วน ๆ ไม่ใช่ตัวบุคคล
แกนของภาพนี้อยู่ตรงที่เพื่อนบ้านมาพร้อมบ้าน ไม่ได้มาพร้อมการตัดสินใจ เพื่อนเลือกได้ คู่ของคุณเลือกได้ แต่คนอีกฝั่งกำแพงมากับสัญญาเช่าและกุญแจ คนโบราณอ่านร่างนี้ว่าเป็นทุกสิ่งในชีวิตที่มาตามสถานการณ์ ไม่ได้มาตามใจ เช่น ที่ทำงานที่ยังต้องอยู่ต่อ ญาติที่มากับงานแต่งของคนอื่น หรือเมืองที่ย้ายมาเพราะงาน ตำราเก่าถือว่าตรงนี้เองคือจุดที่ฝันกัด
ฉากมักทำงานแทนตัวละครในฝันกลุ่มนี้ เส้นแบ่งระหว่างสองบ้าน รั้วที่ถูกขยับ กำแพงที่กำลังก่อขึ้นหรือกำลังถูกทุบ ผูกอยู่กับคำถามว่าชีวิตหนึ่งจบตรงไหนและอีกชีวิตเริ่มตรงไหนมานานแล้ว เสียงที่ลอดผนังเข้ามา เชื่อกันมาว่าเป็นเสียงที่กันออกไปไม่ได้ คนที่มายืนหน้าประตูแล้วไม่ยอมกลับอยู่ในความหมายเดียวกัน ส่วนการถูกชวนให้เข้าไปในบ้านถือเป็นภาพที่อบอุ่นที่สุดของหมวดนี้ และบางตำราบอกว่าวงเล็ก ๆ ที่คุณไว้ใจจริงกำลังกว้างขึ้น
ฝันถึงเพื่อนบ้านตัวจริงพบบ่อยและควรอ่านอย่างระวัง ฝันไม่ใช่ข้อมูลเกี่ยวกับคนอื่น ไม่ได้บอกความตั้งใจของเขา และไม่ได้บอกว่าเขาคิดอย่างไรกับคุณเลย สิ่งที่คนตีความชี้ให้ดูคือตอนหลับสมองหยิบหน้าที่หาได้ง่ายที่สุดมาใช้ และคนที่เห็นสัปดาห์ละสามครั้งโดยไม่เคยนึกถึง ก็เป็นหน้าที่หาได้ง่ายพอ ๆ กับหน้าไหน เขาโผล่มาในฝันจึงอาจไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับตัวเขาสักอย่าง
สิ่งที่คำนี้ปลุกขึ้นในตัวคุณตัดสินความหมายมากกว่าตำราเล่มไหน คนที่โตมาในตึกที่ทุกประตูเปิดทิ้งไว้ กับคนที่เพิ่งย้ายออกจากห้องที่มีเรื่องที่จอดรถกับข้างบ้านอยู่เป็นปี ไม่ได้ฝันถึงภาพเดียวกันเลย ลองนึกว่าตอนตื่นมาความรู้สึกไปทางไหน แล้วค่อยเอาคำอ่านเก่ามาเทียบทีหลัง


