ฝันกลุ่มนี้มักถูกเล่าในสัปดาห์ที่มีเรื่องเข้ามาพร้อมกันหลายทาง และคนอ่านฝันจะถามก่อนว่าตอนนั้นคุณลงมือทำอะไรสักอย่าง หรือได้แต่ยืนดูอยู่เฉย ๆ
บางคนเล่าว่าขนของขึ้นชั้นบนไม่ทัน บางคนยืนอยู่บนสะพานแล้วมองน้ำไหลผ่านไปเฉย ๆ บางคนพายเรือออกไปในซอยที่เคยเดินทุกวัน สามฉากนี้ให้อารมณ์คนละแบบทั้งที่เป็นฝันเรื่องเดียวกัน สิ่งที่คนเล่าตรงกันแทบทุกครั้งคือน้ำกำลังมา ไม่ใช่น้ำที่ท่วมอยู่แล้ว และตำราเก่าก็อ่านตรงนั้นว่าแรงกดที่สูงขึ้นเร็วกว่าที่คนคนหนึ่งจะรับไหว โดยมาจากต้นทางที่ไม่ได้อยู่ในมือใคร
ฝันภาพเดียวมีสองครึ่งที่อ่านคนละแบบ น้ำที่ไต่บันไดขึ้นมา ซึมเข้าใต้ประตู หรือค่อยเต็มห้องทีละนิ้ว มักถูกโยงกับภาระที่พอกขึ้นและความพยายามจะอยู่เหนือมันให้ได้ ส่วนฉากหลังน้ำลด ที่มีโคลน ข้าวของเสียหาย และความเงียบแปลก ๆ ในบ้าน อ่านกันว่าสิ่งที่เหลืออยู่หลังวิกฤตผ่านไป คนฝันมักเล่าตอนหลังนี้ว่าเศร้ามากกว่าน่ากลัว ทั้งสองครึ่งอยู่ในฝันเรื่องเดียวกัน และหลายคนเคลื่อนจากครึ่งแรกไปครึ่งหลังโดยไม่ทันสังเกตตัวเอง
คนอ่านฝันตั้งแต่รุ่นเก่าให้ความสำคัญกับหน้าตาของน้ำ น้ำท่วมที่ใสจนมองเห็นพื้นถูกอ่านว่าความรู้สึกที่อย่างน้อยคุณยังอ่านออก จะมากแค่ไหนก็ตาม ส่วนน้ำข้นคล้ำหรือน้ำที่มีเศษของลอยปนอ่านว่าความสับสนที่ผสมเข้าไปในแรงกดนั้นด้วย และจุดที่คุณยืน ไม่ว่าจะบนที่สูงหรือแช่อยู่ในน้ำ ก็ขยับคำอ่านอีกชั้นหนึ่ง อีกข้อที่ตำราเก่าถามถึงคือน้ำนั้นไหลผ่านไปหรือขังนิ่งอยู่กับที่ เพราะน้ำที่ยังเคลื่อนกับน้ำที่หยุดค้างอยู่หลายวันให้อารมณ์ต่างกันมาก คนโบราณถือว่าอารมณ์ตอนตื่นใช้ได้จริงมากกว่าปริมาณน้ำที่เห็นในฝัน
สำหรับคนจำนวนมากภาพนี้ไม่ใช่สัญลักษณ์อะไรเลย ใครที่เคยถูกน้ำท่วมบ้านจริง หรืออยู่ในย่านที่น้ำมาเกือบทุกปี อาจกำลังฝันถึงเหตุการณ์จริงและความกลัวจริง ซึ่งพจนานุกรมสัญลักษณ์ไม่มีอะไรที่ใช้ได้เลยจะบอก และถึงจะกันประสบการณ์แบบนั้นออกไป ฝนที่ตกหนักอยู่นอกหน้าต่างก็มีทางเดินเข้ามาในคืนนั้นได้อยู่ดี น้ำมีความหมายอย่างไรกับคุณคือเรื่องที่มาก่อน ส่วนคำอ่านตามตำราค่อยเติมทีหลัง


