ตำราแยกเป็นสองฝ่ายเรื่องแมวมานาน แต่สิ่งที่ชี้ขาดน้ำเสียงของฝันจริง ๆ คือแมวตัวนั้นทำอะไร และคนฝันเคยอยู่กับแมวมาก่อนหรือไม่ ไม่ใช่คำอ่านสำเร็จรูปเล่มใด
คนที่โตมากับแมวสามตัวบนโซฟา มีชุดความรู้สึกคนละชุดกับคนที่เคยถูกข่วนหนักตอนเด็ก หรือคนที่นั่งในห้องเดียวกับแมวแล้วน้ำตาไหลไม่หยุด แมวในฝันประกอบขึ้นจากความทรงจำเรื่องแมวของคุณเอง ไม่ได้ประกอบจากสัญลักษณ์กลาง ๆ ตรงนี้จึงเป็นจุดที่ตำราต้องหลีกทางให้ก่อนเป็นอันดับแรก คนที่ไม่เคยอยู่กับแมวเลยก็มักฝันถึงแมวจากคลิปที่เลื่อนผ่านตอนดึก มากกว่าจะฝันจากสัตว์ตัวจริงที่เคยแตะตัวได้
รายละเอียดที่คนตีความชอบถามถึงมักวนอยู่ไม่กี่ข้อ
ทั้งสองฝ่ายโตมาจากการสังเกตชุดเดียวกัน แมวอยู่กับคนโดยไม่เคยเป็นของใครเต็มตัว มันประจบตามเวลาของมันเอง ออกไปแล้วกลับมาโดยไม่อธิบาย และล่าเหยื่ออย่างเงียบกริบ วัฒนธรรมที่ชื่นชมความเป็นอิสระนี้เปลี่ยนแมวเป็นสัญลักษณ์ของความสุขุมและสัญชาตญาณ วัฒนธรรมที่ระแวงมันเปลี่ยนคุณสมบัติชุดเดียวกันให้กลายเป็นภาพของเพื่อนที่เก็บอะไรบางอย่างไว้ ธรรมเนียมสายหนึ่งจึงถือแมวเป็นสิ่งดีประจำบ้าน อีกสายอ่านสัตว์ตัวเดียวกันว่าเป็นบางอย่างที่เคลื่อนอยู่ริม ๆ เรื่องของคุณอย่างเงียบเชียบ
เพราะสองสายขัดกันเอง สมุดตำราจึงตัดสินอะไรเองแทบไม่ได้เลย สิ่งที่มักชี้ขาดคือแมวทำอะไร และคนฝันรู้สึกอย่างไรตอนมอง แมวที่นอนขวางเท้ากับแมวที่จ้องมาจากประตูมืด ๆ ไม่ใช่ฝันเรื่องเดียวกันที่เปลี่ยนสีขน แม้แต่เวลาในฝันก็มีผลอยู่บ้าง แมวตอนกลางวันกับแมวตอนดึกให้ความรู้สึกคนละอย่าง คนที่แพ้ขนแมวมักฝันถึงแมวพร้อมความอึดอัดที่ตัวเองอธิบายไม่ถูก ซึ่งไม่เกี่ยวกับตำราเล่มไหนเลย เก็บเฉพาะข้อที่เข้ากับความรู้สึกจริงของคุณ แล้วปล่อยข้อที่เหลือไป


