ธรรมเนียมเก่าให้โรงพยาบาลยืนแทนการซ่อมแซมและการยอมรับความช่วยเหลือ ไม่ใช่การเจ็บป่วย คนโบราณจึงวางภาพนี้ไว้ข้างการฝากบางอย่างไว้ในมือคนที่ดูแลเป็น ไม่ใช่ข้างข่าวร้ายเรื่องร่างกายใคร
กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ กับเสียงรองเท้าบนพื้นกระเบื้องยาว ๆ คือรายละเอียดที่คนมักเล่าถึงก่อนอย่างอื่น เวลาตื่นจากฝันแบบนี้ ตำราเก่าไม่ได้อ่านโรงพยาบาลเป็นสถานที่ของโรค แต่อ่านเป็นที่ซ่อมแซม เป็นที่ที่คนเอาบางอย่างไปฝากให้คนอื่นดูแลต่อ ความหมายที่สืบกันมาจึงเกาะอยู่กับการพักฟื้น และการยอมรับความช่วยเหลือ มากกว่าจะเกาะอยู่กับความเจ็บป่วยที่กำลังจะมา
คำอธิบายแบบไม่ต้องพึ่งตำรา ครอบคลุมคืนแบบนี้ได้เยอะมาก คนเล่าว่าฝันเห็นโรงพยาบาลหลังไปเยี่ยมญาติ ก่อนวันนัดตรวจ หลังได้ข่าวจากที่บ้าน หรือหลังจากดูละครที่มีฉากห้องฉุกเฉินยาวทั้งคืน พยาบาลกับหมอฝันถึงหอผู้ป่วยแทบทุกอาทิตย์ ด้วยเหตุผลเดียวกับที่คนทำบัญชีฝันถึงงบที่ยังปิดไม่ลงตอนสิ้นปี คนที่เดินอยู่ในตึกนั้นทุกวัน กับคนที่ไม่เคยนอนโรงพยาบาลเลยสักครั้ง ย่อมเจอภาพเดียวกันคนละน้ำหนัก ก่อนจะหยิบความหมายไหนมาใช้ ลองถามตัวเองก่อนว่าคุณรู้จักตึกแบบนี้จากชีวิตจริงมากแค่ไหน
ภาพที่คนเล่ามากที่สุดคือการไปเยี่ยมใครสักคน ตำราอ่านภาพนี้ว่าพูดถึงความห่วงที่คุณแบกไว้แทนคนอื่น บางทีเป็นความห่วงที่ไม่เคยพูดออกมาเลย การนั่งรออยู่หน้าห้องตรวจ มักอ่านกันว่าเป็นช่วงหยุดที่คุณไม่ได้เลือกเอง คือระยะระหว่างการตัดสินใจกับผลของมัน ส่วนการถูกรับไว้รักษาเสียเอง ตำราเก่าส่วนใหญ่อ่านว่าเป็นการยอมรับว่าตัวเองต้องการคนช่วย และถือว่านั่นคือด้านที่ให้ความหวังของภาพนี้ ไม่ใช่ด้านที่น่ากลัว
คนจำนวนไม่น้อยเปิดหน้านี้ด้วยความกลัว จึงควรพูดให้ตรงว่าธรรมเนียมการทำนายฝันไม่ได้วินิจฉัยอะไร และไม่ได้บอกล่วงหน้าเรื่องใดทั้งสิ้น สิ่งที่ธรรมเนียมนี้ทำมาตลอดคือการอ่านภาพ ไม่มีส่วนไหนของมันรายงานเรื่องร่างกายได้ ไม่ว่าจะเป็นร่างกายคุณเองหรือของใคร
ถ้าฝันทิ้งความกังวลเรื่องใครไว้ ทางที่ใช้ได้จริงคือทางธรรมดาในเวลาตื่น โทรหาเขาสักครั้ง หรือชวนกันไปตรวจตามนัด ดีกว่าไล่หาความหมายที่ซ่อนอยู่ และถ้าฝันร้ายเรื่องโรงพยาบาลตามมาหลายคืนจนนอนไม่พอ เรื่องที่ควรปรึกษาหมอคือการนอน ไม่ใช่ความหมายของฝัน


