สัตว์ตัวนี้เข้ามาในความฝันพร้อมประวัติสองชุดที่ไม่เคยลงรอยกันเลย ชุดหนึ่งเริ่มจากยุ้งฉางกับห้องเก็บของ อีกชุดเริ่มจากตำแหน่งแรกของรอบนักษัตร และคืนนั้นเป็นตัวชี้ว่าชุดไหนมาถึงคุณ
ถนนในเมืองตอนดึก ฝาท่อริมทางเท้า แล้วเงาตัวหนึ่งวิ่งผ่านไปเร็ว ๆ ภาพแบบนี้อยู่ในความทรงจำของคนเมืองแทบทุกคน และย้อนกลับมาในความฝันบ่อยกว่าที่หลายคนคิด แต่พอเปิดตำราหาความหมาย จะเจอคำอธิบายสองชุดที่ขัดกันเองอย่างแรง ชุดหนึ่งอ่านหนูท่อเป็นสิ่งสกปรกที่ต้องกำจัด อีกชุดอ่านว่าเป็นสัตว์ที่เอาตัวรอดเก่งที่สุดในบรรดาสัตว์เล็ก
รอบสิบสองปีนักษัตรเปิดด้วยหนู และคนโบราณอ่านภาพนี้ว่าคือความไวในการมองเห็นทางออกก่อนใคร ไม่ใช่เพราะตัวโตหรือมีแรงมาก แต่เพราะสังเกตเก่งกว่าตัวอื่น ใครที่โตมากับความเชื่อชุดนี้ มักตื่นขึ้นมาโดยไม่รู้สึกแย่กับความฝันเลย ส่วนตำราฝั่งยุโรปวางหนูไว้คนละที่ ที่นั่นหนูผูกกับอาหารที่เสีย กับโรคระบาดที่คนยังจำกันได้ และกับเรื่องที่ดำเนินอยู่ในที่มืดมานานโดยไม่มีใครทันรู้
ส่วนที่ตกทอดมาถึงวันนี้จริง ๆ ไม่ใช่เรื่องความสกปรก แต่เป็นความรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างดำเนินอยู่ใต้พื้นบ้านโดยที่คุณยังจับต้นชนปลายไม่ได้ ตำราเก่าจึงมักโยงหนูในครัวหรือในห้องเก็บของเข้ากับความระแวง แต่ตรงนี้ต้องพูดให้ชัด ความฝันไม่ได้เป็นหลักฐานเรื่องพฤติกรรมของใคร การเอาภาพกลางคืนไปตัดสินคนใกล้ตัวเป็นวิธีทำให้ความสัมพันธ์พังได้เร็วที่สุด ทั้งที่ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย
ในภาษาพูด คนไทยเรียกหนูทุกขนาดว่าหนูเหมือนกันหมด แต่ตำราแยกสองภาพนี้ออกจากกัน หนูหริ่งเป็นตัวเล็กที่วิ่งเข้ามุมห้อง ภาพของมันมักอ่านกันว่าเป็นเรื่องเล็กที่มองข้ามได้ ส่วนหนูท่ออยู่ในท่อ อยู่ในตลาดนัดตอนเก็บร้าน อยู่ในซอกที่มองไม่เห็น ขนาดและที่อยู่ทำให้ภาพหนักขึ้น ตำราจึงอ่านหนูท่อว่าเป็นเรื่องที่ใหญ่กว่าและซ่อนตัวได้ดีกว่า
ก่อนจะไปถึงความหมายใด ๆ ลองไล่เหตุธรรมดาก่อน สัปดาห์ที่ผ่านมาเพิ่งเห็นหนูจริงหรือเปล่า บ้านข้างเคียงเพิ่งรื้อกำแพงไหม หรือดูสารคดีสัตว์ค้างไว้ก่อนนอน สมองกลางคืนหยิบภาพที่เพิ่งเก็บมาใช้เสมอ ถ้าไล่เหตุพวกนี้หมดแล้วภาพยังคาอยู่ คำถามที่ใช้ได้จริงคือตอนที่หนูอยู่ตรงนั้น คุณรู้สึกอย่างไร รังเกียจ ตกใจ เฉย ๆ หรือกลับรู้สึกเอ็นดู


