คนโบราณไม่ได้อ่านเหงื่อรวมเป็นก้อนเดียว เหงื่อจากการแบกของ เหงื่อกลางที่ประชุมเงียบ ๆ และเหงื่อเย็นที่ไม่มีความร้อนอยู่เบื้องหลัง ถูกจัดไว้คนละกองกันทั้งหมด
ตำราเก่าแยกเหงื่อออกเป็นสองกอง และการแยกกองนี้ยังทำงานได้ดีจนถึงทุกวันนี้ เหงื่อจากการออกแรง จากการปีน การแบก การวิ่ง ถูกจัดไว้กับความก้าวหน้าที่แลกมาด้วยแรงตัวเอง และนับเป็นภาพฝั่งที่ดีกว่า ส่วนเหงื่อที่ออกทั้งที่ไม่ได้ขยับ ในห้องนิ่ง ๆ หรือกลางที่ประชุมเงียบ ๆ ถูกจัดไปอยู่ในหมวดความกังวล และมักอ่านว่าเป็นแรงที่หมดไปกับการประคองบางอย่างเอาไว้ ไม่ใช่แรงที่หมดไปกับการลงมือทำอะไรสักอย่าง
รายละเอียดที่โผล่ซ้ำในคำบอกเล่าคือมีใครสักคนเห็น ความอายเป็นส่วนที่ตำราจับเอาไว้ เพราะนี่เป็นไม่กี่อย่างที่คนเราแกล้งทำเป็นไม่มีไม่ได้เลย ในเวอร์ชันนั้นภาพจะไปอยู่รวมกับฝันเรื่องการถูกเปิดเผย ใกล้กับฝันว่าแต่งตัวไม่ครบ และมักอ่านกันว่าสะท้อนความกังวลว่าความเครียดที่แบกอยู่กำลังเริ่มมองเห็นได้จากข้างนอก ต่อหน้าคนที่คุณไม่อยากให้รู้
รายการเก่าแยกเหงื่อเย็นออกมาอีกกองหนึ่ง เหงื่อที่ออกทั้งที่ไม่มีความร้อนอยู่เบื้องหลังถูกจัดไว้ในหมวดความหวาดกลัวมากกว่าความเหนื่อย และคำอธิบายสมัยใหม่ก็ยังรักษาเส้นแบ่งนี้ไว้เกือบเหมือนเดิม คนที่ตื่นมาพร้อมเสื้อเปียกและหัวใจเต้นเร็วมักเล่าว่าในฝันมีการวิ่งหนีอยู่ด้วย จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมสองภาพนี้ถึงถูกอ่านคู่กันบ่อย
ก่อนจะไปไกลกว่านั้น ให้ดูของใกล้ตัวก่อน ผ้าห่มหนาเกินไป คืนที่อากาศไม่ลงเลยตั้งแต่หัวค่ำ ไข้ที่กำลังขึ้น มื้อดึกที่หนักเกิน หรือเครื่องดื่มก่อนนอน ทุกอย่างนี้ทำให้ร่างกายมีเหงื่อได้ทั้งนั้น และการนอนหลับเก่งมากในการสร้างเรื่องขึ้นมาห่อสิ่งที่ร่างกายกำลังทำอยู่แล้ว หน้าร้อนที่ไฟดับกลางดึกให้ภาพแบบนี้ได้ง่ายกว่าตำราเล่มไหน
สิ่งที่ไม่มีการอ่านแบบไหนทำได้ คือการพูดถึงร่างกายของคุณ หน้านี้ไม่ใช่ข้อมูลสุขภาพและไม่อ้างอะไรเกี่ยวกับภาวะของใคร คนที่เหงื่อออกง่ายอยู่แล้วในชีวิตปกติย่อมเห็นภาพนี้ธรรมดากว่าคนที่แทบไม่เคยมีเหงื่อ และความต่างตรงนั้นเป็นของคนฝัน ไม่ได้อยู่ในหน้านี้


