ร้องอยู่คนเดียว ร้องแล้วมีคนปลอบ หรือได้แต่ยืนมองคนอื่นร้อง สามแบบนี้ถูกอ่านคนละทางกันมาแต่ไหนแต่ไร แม้จะเป็นน้ำตาเหมือนกันทุกแบบก็ตาม
ธรรมเนียมอ่านน้ำตาไว้ในทางที่หลายคนไม่ได้คาด คือถือว่าเป็นแรงกดที่หาทางออกได้แล้ว ใกล้กับความโล่งมากกว่าความเศร้า ในสารบัญนี้ น้ำตา แยกจาก การร้องไห้ ที่เป็นการกระทำ และไม่ได้เกี่ยวกับ น้ำตก ที่เขียนต่างกันแค่ตัวสะกดตัวเดียว สิ่งที่หน้านี้พูดถึงคือภาพของน้ำที่ไหลลงมาบนหน้า จะมีเสียงร้องอยู่ด้วยหรือไม่ก็ตาม
เวอร์ชันที่คนฝันงงที่สุดคือร้องหนักมากทั้งที่ข้างในไม่รู้สึกอะไรเลย หรือรู้สึกสงบด้วยซ้ำ ตำราเก่ารับมือกับภาพนี้ได้สบาย เพราะอ่านว่ามีบางอย่างกำลังถูกระบายออก และใจที่ตื่นอยู่ยังไม่ได้ตั้งชื่อให้หรือยังไม่ยอมรับว่ามีอยู่ คนที่บอกว่าตัวเองไม่ใช่คนขี้ร้องกลับเล่าเวอร์ชันนี้มากเป็นพิเศษ ซึ่งช่วยหนุนการอ่านแบบนั้นมากกว่าจะหักล้างมัน
ตำราแยกภาพนี้ตามคนที่อยู่ในฉากมากกว่าตามปริมาณน้ำตา
การร้องไห้ตอนหลับเป็นเหตุการณ์ทางกายที่มีบันทึกไว้จริง พบบ่อยหลังวันที่หนักทางใจ ในช่วงที่เพิ่งสูญเสียใครไป และในช่วงหลับลึกของคืน สิ่งที่หน้านี้พูดได้จบอยู่แค่นั้น ไม่มีการอ่านแบบไหนบอกได้ว่าน้ำตาคืนหนึ่งกำลังรายงานอะไรเกี่ยวกับสุขภาพหรือเรื่องข้างหน้า ส่วนคนที่ฝันร้ายซ้ำ ๆ จนตื่นมาเพลียทุกเช้า เรื่องนั้นควรเล่าให้คนที่ดูแลเรื่องการนอนฟัง ไม่ใช่เพราะความหมายของฝัน แต่เพราะตัวการนอนเอง
สิ่งที่คุณร้องไห้ให้ และนิสัยการร้องของคุณตอนตื่น บอกอะไรได้มากกว่าความหมายสำเร็จรูปบนหน้านี้ น้ำตาหลังการสูญเสียคือความเศร้าที่กำลังทำงานตามปกติของมัน ไม่ต้องมีใครเอาสัญลักษณ์ไปวางทับ


