มดแทบไม่เคยมาตัวเดียว และความเป็นหมู่นั่นเองคือสิ่งที่ตำราเก่าหยิบไปใช้ บางเล่มเห็นความเพียรอยู่ในภาพนี้ บางเล่มเห็นแต่เรื่องกวนใจ อารมณ์ตอนตื่นเป็นตัวชี้ว่าเล่มไหนใกล้กว่า
หน้าร้อนที่มดขึ้นครัวทุกเช้า รอยกัดที่ยังคันตอนกำลังจะหลับ หรือบ่ายที่ยกแผ่นทางเดินในสวนขึ้นมาแล้วเจอทั้งรัง ภาพพวกนี้ตามเข้าไปในฝันได้ตรง ๆ ไม่ต้องมีความหมายอะไรแฝงอยู่เลย มดจึงเป็นภาพที่ควรเริ่มอ่านจากสัปดาห์ที่เพิ่งผ่านไปของคุณก่อน แล้วค่อยเปิดหาคำอ่านเก่าทีหลัง
สิ่งที่คนเล่าถึงมดแทบทุกครั้งคือมันไม่เคยมาตัวเดียว มีแต่แถวยาวบนพื้น จุดดำ ๆ ที่ไหวอยู่บนผนัง หรือกลุ่มที่เดินไม่หยุด ธรรมเนียมการอ่านฝันจึงจับที่ความเป็นหมู่ แล้วให้ความหมายสองทางพร้อมกัน ตำราเก่าของยุโรปมองรังมดเป็นแบบอย่างของความอดทนและการเก็บออม เชื่อกันมาว่าการเห็นรังคืองานที่กำลังสะสมผลอยู่เงียบ ๆ โดยไม่มีใครปรบมือให้ อีกครึ่งหนึ่งของธรรมเนียมกลับไม่น่าฟังเท่าไร มดที่ไต่เข้าไปในขนมปัง ในที่นอน หรือในเสื้อผ้า ผูกอยู่กับเรื่องกวนใจที่ทับถมกันหลายเรื่อง แต่ละเรื่องไม่ใหญ่เลย รวมกันแล้วทำให้คนหมดแรงได้
รายละเอียดที่คนตีความชอบดูมีอยู่ไม่กี่อย่าง แถวเดียวที่เดินตัดพื้นห้อง ตำราเก่าถือว่าหมายถึงความพยายามสม่ำเสมอที่ไม่มีอะไรหวือหวา มดที่ไต่อยู่บนผิวเป็นแบบที่ปลุกคนให้ตื่นบ่อยที่สุด และคนโบราณผูกไว้กับความกังวลระดับต่ำ ๆ มากกว่าเรื่องใหญ่ มดในอาหาร บางตำราบอกว่ามีของเล็ก ๆ มาทำให้สิ่งที่อยากได้เสียรสไป ส่วนรังที่คึกคักถือเป็นภาพที่ดีที่สุดของหมวดนี้ และผูกกับบ้านหรือที่ทำงานที่กำลังเดินได้ดี
มดหมายถึงอะไรสำหรับคุณอยู่แล้ว สำคัญกว่าทุกบรรทัดข้างบน คนทำสวนที่เห็นมดทั้งฤดู กับคนที่เคยเจอรังอยู่ในผนังห้องนอน ไม่ได้ฝันถึงแมลงชนิดเดียวกัน แถวมดแถวเดียวกันจึงอ่านเป็นความสามารถสำหรับคนหนึ่ง และอ่านเป็นหายนะช้า ๆ สำหรับอีกคนหนึ่ง ลองถามตัวเองว่าตอนตื่นมันใกล้ข้างไหนมากกว่า แล้วค่อยเริ่มจากตรงนั้น
อีกอย่างที่ควรนึกถึงก่อนเปิดตำราคือความรู้สึกบนผิวหนังระหว่างหลับ ขอบผ้าห่มที่เลื่อนมาแตะแขน หรือเส้นผมเส้นเดียวที่ปลิวมาติดคอ กลายเป็นฝูงมดได้ก่อนที่คนจะตื่นพอจะคลำดูด้วยซ้ำ พัดลมที่หมุนทั้งคืนแล้วพัดปลายผ้าไหวเบา ๆ ก็ให้ผลแบบเดียวกัน


