สมุดฝันเก่าเก็บภาพนี้ไว้สองกอง กองหนึ่งว่าเป็นการออกมาได้ อีกกองว่าเป็นการไม่หันกลับไปเผชิญ หน้านี้วางทั้งสองกองไว้ข้างกัน แล้วเติมคำอธิบายแบบธรรมดาเข้าไปด้วย
ทางออกคือรายละเอียดที่คนเล่าฝันแบบนี้จำได้แม่นที่สุด ประตูหลังที่ไม่เคยสังเกตมาก่อน ช่องรั้วที่พอมุดได้ บันไดหนีไฟที่โผล่มาพอดี ส่วนสิ่งที่ไล่มาข้างหลังกลับเลือนไปเร็วกว่ามาก ธรรมเนียมการอ่านฝันจับภาพนี้ไว้สองทางมาแต่ไหนแต่ไร ทางหนึ่งว่าเป็นการออกมาจากสิ่งที่รัดตัวอยู่ อีกทางว่าเป็นการไม่ยอมหันกลับไปเผชิญกับสิ่งนั้น และไม่มีตำราเล่มไหนตัดสินให้ว่าทางไหนถูก ซึ่งกลับเป็นเรื่องดี เพราะภาพเดียวกันแบกความหมายได้ทั้งสองอย่างจริง ๆ
คำอ่านทั่วไปหมดแรงเร็วมากตรงจุดนี้ เพราะสิ่งที่คนหนีออกมานั้นเป็นเรื่องเฉพาะตัวแทบทุกครั้ง คนที่หลบออกจากงานเลี้ยงที่คนแน่นเกินไป ไม่ได้ฝันเรื่องเดียวกับคนที่หนีน้ำท่วมเข้าบ้าน ถึงสองภาพนี้จะถูกเก็บไว้ใต้หัวข้อเดียวกันในสมุดรวมฝันก็ตาม และคุณเองก็มักรู้อยู่แล้วว่าคืนนั้นกำลังหนีอะไร ถึงจะยังพูดออกมาเป็นคำไม่ได้ในทันทีก็ตาม
คำตอบของคุณเองต่อคำถามว่าหนีจากอะไร จะทำงานได้มากกว่าที่หน้านี้ทำให้ได้เสมอ และถ้าคำตอบคือคุณกำลังจะไปสายในเรื่องอะไรสักอย่าง นั่นก็นับเป็นคำตอบเหมือนกัน ไม่ต้องขุดหาความหมายที่ลึกกว่านั้นเลย
คนจำนวนไม่น้อยที่เล่าฝันแบบนี้ มักพูดถึงช่วงก่อนหน้าที่เต็มไปด้วยเรื่องยังไม่ได้จัดการ บทสนทนาที่เลื่อนแล้วเลื่อนอีก งานที่รอวันครบกำหนดออกอย่างเดียว ข้อตกลงที่เลิกเข้ากับชีวิตไปนานแล้ว นี่เป็นแบบแผนจากคำบอกเล่า ไม่ใช่กฎ และใช้ไม่ได้กับทุกคน ที่ยกมาก็เพราะมันให้คำอธิบายธรรมดาที่วางอยู่ข้าง ๆ คำอ่านเชิงสัญลักษณ์ได้อย่างสบาย โดยไม่ต้องเลือกว่าจะเชื่อทางไหน
หลบหนีออกจากตึก ออกจากห้อง หรือออกจากเมืองหนึ่ง เชื่อกันมาว่าเป็นระยะห่างจากสถานการณ์ ส่วนการหนีจากคนที่ไล่ตามมาหรือหนีจากการถูกคุมตัว อยู่คนละตระกูลกันเล็กน้อย และเอียงไปทางเรื่องผลที่ตามมามากกว่า คือสิ่งที่คนฝันรู้สึกว่ากำลังตามทัน ไม่ใช่แค่ล้อมกรอบไว้เฉย ๆ ตำราเก่ายังให้น้ำหนักกับตอนจบไม่เท่ากันด้วย หนีรอดไปได้กับเกือบรอดนั้นต่างกันมาก และหลายเล่มถือว่าแบบเกือบรอดบอกอะไรได้มากกว่า เพราะมันเก็บทั้งความอยากออกไปและความไม่แน่ใจไว้ในภาพเดียว


