บางคืนตัวลอยขึ้นได้เอง บางคืนต้องออกแรงพยุงไว้ไม่ให้ร่วง และบางคืนก็เสียการควบคุมกลางทางจนภาพเปลี่ยนไปเป็นการตก ตำราให้น้ำหนักกับสามแบบนี้ไม่เท่ากันเลย
คนส่วนใหญ่เปิดหาความหมายของฝันเพราะตกใจกับสิ่งที่เห็น แต่ภาพนี้เป็นข้อยกเว้น หลายคนมาถึงหน้าแบบนี้ทั้งที่ยังยิ้มอยู่ และเสียดายที่ตื่นเร็วไปหน่อย คำอ่านเก่าก็เข้ากับความรู้สึกนั้นพอดี คือความโล่ง การได้เห็นเรื่องเดิมจากมุมที่สูงขึ้น และระยะห่างจากสิ่งที่เคยกดคุณไว้ คนเล่าฝันมักบรรยายวิธีลอยขึ้นไปได้ละเอียดผิดปกติ บางคนว่ายไปในอากาศ บางคนร่อน บางคนแค่ตั้งใจแล้วตัวก็ลอย และผู้อ่านฝันถือว่าวิธีนั่นแหละคือส่วนที่บอกอะไรได้
ตำรายุคเก่าถือว่าการบินคือความทะเยอทะยาน และบางครั้งคือความทะเยอทะยานที่เกินตัว แบบเรื่องเล่าโบราณที่ปีกละลายเพราะบินเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากไป ผู้อ่านฝันรุ่นหลังเปลี่ยนมาอ่านเป็นการหลุดออกมา และเป็นความอยากมองสถานการณ์จากข้างบน ทั้งสองสายยังอยู่ และไม่มีสายไหนอ้างได้ว่าเป็นสายที่ถูก
เอาคำอ่านพวกนั้นไปวางเทียบกับประสบการณ์เรื่องความสูงและการเดินทางของคุณเองดีกว่า นักบิน คนเล่นร่มร่อน และคนที่ใจไม่ดีทุกครั้งที่เครื่องออกตัว ได้รับฝันคนละเรื่องจากภาพเดียวกัน และแบบที่เข้ากับประวัติของคุณคือแบบที่ควรเชื่อ
ลอยขึ้นได้ง่าย ๆ ตำราเก่าถือว่าเป็นอิสระ ส่วนการต้องออกแรงพยุงตัวไว้ไม่ให้ตก เกี่ยวสายไฟ หรือครูดไปตามหลังคาบ้าน อ่านว่าเป็นอิสระที่ต้องจ่ายค่ารักษาไว้ตลอดเวลา คนที่บินขึ้นไม่พ้นระดับหนึ่งเสียที มักเล่าถึงความอึดอัดแบบเดียวกันในชีวิตตอนตื่นด้วย แม้ความเชื่อมโยงนั้นจะมาจากคำบอกเล่า ไม่ใช่ข้อสรุปที่ยืนยันแล้ว ส่วนการเสียการควบคุมกลางทางจะพาฝันเลื่อนไปอยู่ในตระกูลของการตก และหลายคนเล่าว่าเจอทั้งสองอย่างในคืนเดียว
คนที่รู้ตัวว่ากำลังฝันอยู่ มักลองบินเป็นอย่างแรกเลย ภาพนี้จึงเป็นประสบการณ์ที่คนเล่าถึงมากที่สุดในหมู่คนที่ฝึกรู้ตัวขณะฝัน ถ้าช่วงนี้คุณอ่านเรื่องการรู้ตัวขณะฝันอยู่ หรือกำลังลองวิธีใดวิธีหนึ่งอยู่ การฝันว่าบินได้บ่อยขึ้นก็เป็นผลที่ไม่น่าแปลกใจเลย และไม่ต้องการคำอธิบายเชิงสัญลักษณ์อะไรทั้งสิ้น


